วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562

แคคตัสด่าง ไม้ด่างสวยๆ กระบองเพชรด่างและไม้อวบน้ำด่าง

และอีครั้งที่ได้ซื้อแคคตัส และไม้อวบน้ำมาด้วยจากตลาดแสงอารีย์ หนึ่งในนั้นมีแอสโตรด่างสวยมาก

แอสโตรไฟตัมด่าง ต้นแรกที่ได้มา

เป็นครั้งแรกที่ซื้อไม้ด่างเห็นสวยดี เดินไปหยิบ แอสโตรไฟตัมด่าง ไม่ติดราคา และ กรามเสื้อต้นเล็กอีก3ต้น

กรามเสือ
ต้นละ50บาท พอจ่ายตัง แม่ค้าบอกแอสโตรด่าง ราคา1250บาท(ในใจผมคิดแพงจังว่ะ ตอนนั้นไม่รู้ว่าไม้ด่างมันจะแพงกว่าไม้ปกติ เคยชินแต่ไม้หลักสิบ) ผมก็นิ่งไปพักหนึ่งเพราะในกระเป๋าเหลือตังค์อยู่200บาท แม่ค้าประสบการณ์สูงเมื่อเห็นอาการ เค้าก็เลยบอกว่าโอนผ่านแอปเคแบค์ได้นะคะ หมดทางปฏิเสธ แต่แม่ค้ายังใจดีบอกเด๋วพี่ลดให้เหลือ990บาทล่ะกัน ผมก็เลยโอนไปตามนั้น รวม 1140บาท ครั้งแรกที่ซื้อไม้แพงอยากได้สวยมันต้องทำใจจริงๆ ความจริงผมชอบไม้เขียว แต่เห็นด่างลายแปลกดีแค่คิดแบบนั้น ครั้งนี้ทำให้ผมกับแฟนได้รู้ว่าของแพงเป็นไงทำใจแค่ไหน และต้องหาความรู้เพิ่มเติมอีกกับวงการนี้
ตัวอย่างไม้ด่าง
แคคตัส คลื่นสมอง ด่าง

ยิมโนลูกผสมด่าง

เก๋งจีนด่าง



วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562

จริงจังกับ ดินปลูกและเพาะเมล็ดเพาะเมล็ด กระบองเพชร แคคตัส และไม้อวบน้ำ และหาซื้อวัสดุปลูกครั้งแรก

    พอแฟนผมเห็นด้วยกับการที่จะปลูกแคคตัสและไม้อวบน้ำที่มีราคาแพงขึ้น เราก็เริ่มศึกษาเรื่องดินปลูกเครื่องปลูกที่เหมาะสม เพราะเริ่มจะเล่นของแพงต้องลดความเสี่ยงที่ไม้จะเน่าตาย คงจะน่าเสียดายมากๆถ้าซื้อ แคคตัส และไม้อวบน้ำ ที่ราคาแพงมาแล้วไม่รอด เพราะดินสำเร็จรูปที่เคยซื้อมามันไม่เหมาะสมกับไม้หลายๆตัว เราจึงเริ่มค้นหาในกูเกิลที่ขายวัสดุปลูกและกระถางที่เหมาะสมกับแต่ละ่ช่วงแต่ละขนาดของ แคคตัส และไม้อวบน้ำ คือดินที่ดีต้องมีสารอาหารที่สำคัญคือโปร่งระบายน้ำได้ดีเพราะ แคคตัส และไม้อวบน้ำ ส่วนมากมักไม่ชอบดินที่อุ้มน้ำ เพราะทำให้รากเน่าได้ วัสดุที่ว่ามานั้นคือ
1.ดินภูเขาไฟ หรือ หินภูเขาไฟ  2 ส่วน
2.เพอร์ไลท์       1 ส่วน
3.เวอร์มิคูไลท์ 1 ส่วน
4.ดินใบก้ามปู      1 ส่วน
5.พีทมอส       1 ส่วน
6.ดินญี่ปุ่น อาคาดามะ ใช้โรยหน้าหรือ ใช้ล่อราก
7.สตาร์เกิลจี   ใส่พอประมาณ ที่ตาเห็น
วีดิโอประกอบ

ภาพประกอบวัสดุปลูกแบบต่างมีทั้งแพงและถูก

เพอร์ไลท์

เวอร์มิคูไลท์

ดินใบก้ามปู

ปุ๋ยมูลไส้เดือน

พีทมอส

ดินภูเขาไฟ หรือ หินภูเขาไฟ

กาบมะพร้าวสับ

ขุยมะพร้าวแบบละเอียด

แกลบดิบ

ดินญี่ปุ่น อาคาดามะ

วัสดุเหล่านี้คือส่วนผสมที่ว่า ที่จากการศึกษามาว่าเป็นวัสดุปลูกยอดนิยมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ราคาค่อนข้างแพง ที่แรกที่เจอก็คือ ตลาดแสงอารีย์ที่อยูแถวบางบัวทองหรือบางใหญ่นี้แหละไม่แน่ใจ พอดีไปครั้งเดียวตามGPSไปเลยจำไม่ค่อยได้ เพื่อนๆลองเสิร์ชหาดูได้ครับ มีขายทุกอย่าง(ร้านอยู่แถวในสุดขวามือจำชื่อร้านไม่ได้ขอโทษด้วยจำได้แต่ตำแหน่งร้าน) มีขายเป็นกระสอบที่ซื้อเป็นกระสอบเพราะราคาถูกกว่าที่จะซื้อแยก ซื้อแยกก็จะแพงหน่อย ผมก็ลงทุนซื้อยกกระสอบมา รวมกระถางอีก2นิ้วอีก50-60กระถาง หมดไปประมาณ 2500บาท (จำราคาของแต่ละตัวไม่ได้ครับ)
ความจริงแล้วเรื่องดินปลูก มีหลายสูตร หลายราคา แล้วแต่พื้นที่และกำลังทรัพย์ของแต่ล่ะคน ไว้ผมค่อยมาเขียนอีกที

วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562

เรียนรู้เพิ่มเพื่อแก้ปัญหาเบื้องตน ของแคคตัส และไม้อวบน้ำ

     หลังจาเจอปัญหามากมายที่เกิดกับแคคตัส และไม้อวบน้ำของผม ผมก็เริ่มหาความรู้เพิ่มเติมในการบำรุงดูแลรักษา แคคตัส และไม้อวบน้ำ เริ่มจากการดูยูทูปในเว็บไซสต่างๆ บล็อก เฟสบุ๊ค เกือบทุกช่องทางที่ให้ความรู้เกี่ยวกับแคคตัส และไม้อวบน้ำ พอดูมากๆเข้าก็รู้ว่า การแก้ไขและป้องกันโรคเบื้องต้นของ แคคตัส และไม้อวบน้ำ ที่ครอบจักรวาล คือ

1.ต้องถอดรากเปลี่ยนกระถางเพื่อดูสุขภาพของรากว่าเดินดีหรือไม่มีปัญหารากเน่าหรือไม่  มีเพลี้ยแป้งอยู่ในดินหรือไม่




2. หลังจากถอดรากแล้วก็ตองตัดแต่งรากฝอยเก่าออกเพื่อกระตุ้นให้แตกรากฝอยใหม่และเวลาเอาลงกระถางจะได้สะดวก และเพื่อป้องกันรากฝอยเก่าเน่า (ทิ้งไว้ให้แห้ง 2-3วัน)

3.การเลือกกระถางให้เหมาะสมกับขนาดต้น เพื่อเป็นการกระตุ้นหรือกดดันให้ แคคตัส และไม้อวบน้ำเข้าใจว่ามีพื้นที่ที่จำกับต้องเร่งให้ตัวเองกินสารอาหารให้เร็วหรือมากขึ้นสรุปคือแคคตัส และไม้อวบน้ำจะโตเร็ว(ส่วนตัวผมคิดว่าอย่างนั้นนะ)


4.ปลูกลงกระถางใหม่ด้วยดินที่ปรุงสำหรับแแคคตัส หรือไม้อวบน้ำแล้วแต่ชนิดของไม้ (ตอนแรกผมใช้ดินสำเร็จรูปดินที่มีทรายและแกรบดำ ซื้อมาจากร้านที่เคยซื้อที่คลอง15มา ดินเดียวปลูกได้ทั้งแคคตัสและไม้อวบน้ำบางชนิด)

ขอบคุณภาพฟรีจาก www.freepik.com

5.เลือกพื้นที่ ที่จะวางให้เหมาะสมกับแคคตัส และไม้อวบน้ำของแต่ล่ะชนิด (ควรทำแต่ด้วยที่มีพื้ที่จำกัดเลยวางไว้ที่เดิมก่อน แหะๆ)